พระครูธรรมานุยุต (หลวงปู่เคน ฐานธมฺโม)
อดีตรองเจ้าคณะอำเภอสุวรรณภูมิ และเจ้าอาวาสวัดใต้วิไลธรรม
**********
1. ชื่อ พระครูธรรมานุยุต ฉายา ฐานธมฺโม อายุ 87 พรรษา 66 วิทยฐานะ น.ธ. เอก
วัดใต้วิไลธรรม ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดใต้และรองเจ้าคณะอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
2. สถานะเดิม ชื่อ เคน นามสกุล วงศ์หนองหว้า เกิดเมื่อวันที่ 7 ฯ 3 ค่ำ ปี กุน วันที่ 3 เดือน
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2454 บิดาชื่อ นายผาย มารดาชื่อ นางทองศรี วงศ์หนองหว้า
บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 7 ตำบลเมืองทุ่ง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีญาติพี่น้อง
ร่วมโลหิต ด้วยกัน 8 คน ดังนี้
1. พ.ต.ท. ณรงค์ วงศ์หนองหว้า (เสียชีวิตแล้ว)
2. นายโสม วงศ์หนองหว้า (เสียชีวิตแล้ว)
3. นางต่วน กลางเมือง (เสียชีวิตแล้ว)
4. นายแก้ว วงศ์หนองหว้า
5. พระครูธรรมานุยุต (หลวงปู่เคน ฐานธมฺโม) มรณภาพ
6. นางทองใส วงศ์หนองหว้า (เสียชีวิตแล้ว)
7. นางสุดใจ ศรีสระคู
8. นายทองใบ วงศ์หนองหว้า
3. อุปสมบท
เมื่อวันที่ 4 ฯ 8 ค่ำ ปีมะแม วันที่ 22 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2474 ณ วัดกลาง
ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
พระอุปัชฌาย์ พระครูสุพรรณภูมิคณาจารย์ วัดเหนือ ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ
จังหวัดร้อยเอ็ด
4. วิทยาฐานะ
1. พ.ศ. 2469 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านสุวรรณภูมิ อำเภอสุวรรณภูมิจังหวัดร้อยเอ็ด
2. พ.ศ. 2485 สอบได้นักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนวัดเหนือ ตำบลสระคู
อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
3. การศึกษาพิเศษ ได้ศึกษาวิชาเขียนแบบแปลนอาคาร ลวดลายต่าง ๆ และได้ทำการศึกษาเล่าเรียนวิชาบาลี
ตามหลักสูตรสามารถอ่านและแปลได้ ได้ศึก ษาภาษาธรรม ตัวธรรมสามารถอ่านจารึกใบลานได้เป็นอย่างดี
4. ความชำนาญพิเศษ มีความชำนาญในด้านการก่อสร้าง เป็นช่างไม้ ช่างปูน สามารถอ่านแบบแปลน
อาคารได้ สามารถนั่งสมาธิวปัสนากรรมฐานได้เป็นเวลานาน ๆ
5. งานการปกครอง
พ.ศ. 2480 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดใต้ ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
พ.ศ. 2507 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
พ.ศ. 2513 ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะตำบลสระคู เขต 1 อำเภอสุวรรณภูมิ
จังหวัดร้อยเอ็ด
พ.ศ. 2517 เป็นพระอุปัชฌาย์ ในเขตตำบลสระคู เขต 2
พ.ศ. 2532 ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
6. งานการศึกษา
พ.ศ. 2496 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมประจำสำนักเรียนวัดใต้ อำเภอสุวรรณภูมิ
จังหวัดร้อยเอ็ด ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2497 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมประจำสำนักเรียนอำเภอสุวรรณภูมิ
พ.ศ. 2497 เป็นกรรมการสอบธรรมสนามหลวงประจำอำเภอสุวรรณภูมิ
พ.ศ. 2497 เป็นกรรมตรวจข้อสอบธรรมสนามหลวง ที่จังหวัดร้อยเอ็ด
พ.ศ. 2511 เป็นเจ้าสำนักเรียนวัดใต้ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จนถึง
ปัจจุบัน
7. งานการเผแพร่
พ.ศ. 2509 ปัจจุบัน เป็นพระธรรมทูตสายที่ 5 อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
พ.ศ. 2510 เป็นพระหน่วยพัฒนาจิตรุ่นที่ 3 ของจิตตภาวันวิทยาลัย ฯ
พ.ศ. 2511 เป็นผู้จัดตั้งหน่วยสงเคราะห์พุทธมามะกะขึ้นที่วัดใต้ อำเภอสุวรรณภูมิ
จังหวัดร้อยเอ็ด
พ.ศ. 2525 เป็นประธานศูนย์อบรมพระกรรมฐานประจำหน่วยอบรมต่าง ๆ
ที่จัดขึ้นในเขต นอกจากนี้ยังเป็นวิทยากรพิเศษในการถวายความรู้แก่
พระสังฆาธิการในระดับต่าง ๆ ในด้านการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2532 เป็นกรรมการตั้งศูนย์กรรมฐานและเข้าวิปัสสนากรรมฐานประจำอำเภอขึ้นที่สวนป่าบ้านกู่ ในวัดกู่พระโกนา อำเภอสุวรรณภูมิ
จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่ออบรมพระสังฆาธิการในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการปกครอง การศึกษา การเผยแพร่ ด้านสาธารณูปการก่อสร้าง
อาคาร จัดงทำแผนผังวัดให้ถูกต้อง พร้อมกันนี้ยังได้อบรมประชาชนด้วย
8. งานสาธารณูปการ
งานการก่อสร้าง
พ.ศ. 2531 สร้างศาลาการเปรียญวัดใต้ ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ขนาด กว้าง 13 เมตร ยาว 28 เมตร สร้างด้วยคอนกรีต
เสริมเหล็ก 2 ชั้น ลักษณะทรงไทย หลังคามุงกระเบื้องฉาบปูนเรียบ
สิ้นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 2,584,035 บาท
พ.ศ. 2534 สร้างถังประปาวัดใต้ ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
ขนาดสูง 6 เมตร กว้าง 1.50 เมตร จุน้ำได้ 20,000 ลิตร สร้างด้วย
คอนกรีตเสริมเหล็ก และขุดบ่อบาดาล สิ้นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น
8,506 บาท
พ.ศ. 2537 สร้างศาลาอเนกประสงค์วัดใต้ ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร ลักษณะทรงไทยชั้นเดียว
มีมุขด้านหน้า สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นปูด้วยกระเบื้อง ตีฝ้าด้วยแผ่นยิบซั่ม สิ้นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 1,000,000 บาท
9. งานสาธารณะสงเคราะห์
พ.ศ. 2518 ได้รับประกาศเกียรติคุณบัตรเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง
พ.ศ. 2532 สงเคราะห์คนกำพร้าอนาถาไร้ที่พักอาศัย จำนวน 110 ครั้ง จำนวน
250 คน โดยสงเคราะห์เป็นเงินสด ครั้งละ 100 บาท ตลอดจนให้
อาหารและที่พักอาศัย คิดเป็นเงินสงเคราะห์ทั้งสิ้น 25,000 บาท
พ.ศ. 2533 เป็นประธานจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์นักเรียนที่ขาดแคลนทุกการศึกษาต่อ โดยได้รับนักเรียน จำนวน 7 คน ไว้ในการสงเคราะห์ โดยได้
ตั้งทุนสงเคราะห์ไว้ให้ตลอดจนถึงที่พักอาศัยและอุปกรณ์การเรียนทุกอย่าง โดยให้ศึกษาตามความถนัดของตน ในจำนวน 7 คนนี้
แยกการศึกษาได้ดังนี้ จำนวน 3 คน เรียนวิชาชีพชั้นสูงโดยได้รับทุนสงเคราะห์ส่วนตัว จำนวนเงิน 5,000 บาท ต่อปีต่อคน รวม
แล้วเป็นเงินสด 45,000 บาท และอีกจำนวน 4 คน เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โดยได้รับทุกการศึกษาต่อเนื่องกันไป
ทุกปีกว่าจะสิ้นการศึกษา จำนวน 3,500 บาท ต่อปีต่อคน รวมเป็นเงิน 42,000 บาท รวมสงเคราะห์รายการนี้ จำนวน 87,000 บาท
10. สมณศักดิ์
พ.ศ. 1491 เป็นพระครูชั้นประทวน ที่พระใบฏีกา ฐานานุกรมเจ้าคณะจังหวัด
จังหวัดร้อยเอ็ด
พ.ศ. 2514 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่ พระครูธรรมานุยุต
พ.ศ. 2528 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ที่ พระครูธรรมานุยุต
11. การอาพาธ
สุดแสนอาลัยยิ่ง คนึงนำหลวงปู่ พระครูธรรมานุยุต ท่านผู้มรณภาพสิ้นสังขารแล้วล่วงไป
คราวเมื่อเจ็บป่วยไข้ คึดว่าบ่หนักหน่วง
ปานใด เพียงแต่พาสังขารซวดเซล้นเป็นมื้อโยมเอาพวงมาลัยฮ้อยมาถวายมื้อโฮมบุญผะเหวต วันที่ 18 มกราคม 2541 ที่ผ่านพ้น
ผลการล้มหลวงปู่เอง ล้มก้นกระแทกพื้นกระดูกซี่โครงร้าวเทิงเดาะ เพราะลงบ่มีแนวลับ ทางด้านขวาสามซี่จักเสี่ยงครางเสี่ยงไห้ ทนบ่ไหวได้นำ
ส่งโรงพยาบาลสุวรรณภูมิให้ช่วยแก้ไขไว้ได้ท่วงทัน พักรักษาตัวอยู่หั่นห้องพิเศษเบอร์ 2 เป็นคนไข้ของ
นพ. ปิยพงษ์ รัตนอาภา
ผู้อำนวยการ ถวายการรักษาให้ซ่วงเซาเบาบ้าง ต่อมาเพิ่นจั่งแนะแนวทางให้ไปหา
หมอเฉพาะทางร้อยเอ็ดต่อหมอกระดูกจั่งสิแล้ว
เซาถ้วนสู่แนว บัดนำส่งไปแล้วตึกใหญ่มหาวีโรขึ้นไปเทิง
สูง ๆ ชั้น 4 เพียงปายพร้าว หมอเพิ่มอุลตราซาวด์ซ้ำคอยฟังผลมื้อใหม
่ หลวงปู่กะยังลุกบ่ได้นอนนิ่งอยู่เตียง เพียงบ่จักกี่มื้อ หลวงปู่ได้ใส่เสื้อไหมเกาะเหล็กนอนรักษาอยู่ตึกมหาวีโรหลายเดือน อาการบ่เปลี่ยน
แปลงดีขึ้น หลวงปู่เป็นคนไข้ของ นพ.วิชิต ว่องสันธนพงษ์ มีแต่ความหิวล้า อยากกลับมาอยู่วัดใต้คือเก่า ครูบุปผา เว้าแนวใดแม่นสิออดสิอ้อนเว้ากะบ่เอา
ฮุ่งค่ำเช้าได้ผลัดเปลี่ยนแปลงเวร มีคุณสามเณรทั้งวัดฮ่วม
กันไปเฝ้าคราวละ 3 เถิง 5 รูป เวียนกันไปมา
บ่ได้ขาด บาดสุดท้ายได้กลับมาพักฟื้นอยู่กุฎิน้อยหอห้องของหลวงปู่เอง กลับมามื้อแรกนั่นหน้าตาชื่นสดใส คือสิเป็นเพราะกำลังใจ ญาติโยมมาล้อม
ไผ ๆ กะอวยพรให้ขอให้มีอายุมั่นพันปี อยู่ได้ล่วงให้ลูกหลานได้เพิ่งซั้นโพธิ์แก้วดั่งเดิมเทอญ ต่อจากนั้นยังบ่ทันโดน หลวงปู่
มีอาการเปลี่ยนแปลงทางท้อง มีโลหิตไหลล่วงทางทวารครั้งใหญ่ หลวงปู่ทนบ่ไหว จนถึงวันที่ 14 กันยายน
2541 เวลา 10 นาฬิกา 47 นาที
หลวงปู่มรณภาพสงบแนบนิ่ง ดวงวิญญาณลิ่วสู่สวรรค์
12. มรณภาพ
เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2541
ประวัติวัดใต้วิไลธรรม
วัดใต้วิไลธรรม ตั้งอยู่ที่ถนนประดิษฐ์ยุทธการ หมู่ที่ 5 ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินจำนวน 23 ไร่ 1 งาน อาณาเขตทิศเหนือติดถนนประดิษฐ์ยุทธการ ทิศใต้ติดถนนหลังวัด ทิศตะวันออกติดถนนเพลินจิตร ทิศตะวันตกติดถนนข้างวัด
วัดใต้วิไลธรรมสร้างเมื่อ พ.ศ. 2319 โดยพระสีธาตุ พร้อมชาวบ้าน ต่อมาวัดชำรุดทรุดโทรมลง จึงมีการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่โดยพระรัตนวงษา
เจ้าเมืองสุวรรณภูมิและพระครูธรรมสรณ์ เจ้าอาวาสวัดใต้ขณะนั้น
ชื่อในทะเบียนกรมศาสนาชื่อว่า วัดใต้ ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่า วัดใต้วิไลธรรม อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถคอนกรีต 1 หลัง สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2512 ศาลาการเปรียญ 1 หลัง สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2519 กุฎีสงฆ์ จำนวน 5 หลัง อาคารอเนกประสงค์ 2 หลัง เมรุ 1 หลัง และมีปูชนียวัตถุเป็นพระประธานองค์ใหญ่สร้างด้วยปูน จำนวน 1 องค์ ประดิษฐานที่วิหาร
การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสดังนี้
1. พระสีธาตุ พ.ศ. 2319-2327
2. พระศรีสมุทร พ.ศ. 2327-2339
3. พระสมบูรณ์ พ.ศ. 2339-2367
4. พระสุนทรพิทักษ์ พ.ศ. 2367-2398
5. พระครูธุรการวิวัฒน์ พ.ศ. 2398-2430
6. พระครูธรรมสรณ์ พ.ศ. 2430-2468
7. พระจันดี พ.ศ. 2468-2470
8. พระหนู พ.ศ. 2470-2472
9. พระคำภู พ.ศ. 2472-2473
10. พระชม พ.ศ. 2473-2474
11. พระครูธรรมานุยุต พ.ศ. 2474-14 ก.ย. 2541
12. พระครูประโชติธรรมานุกูล 28 ก.พ. 2542 ปัจจุบัน