www.naipon.net                                                                                                                                                              ๓๘ หมู่ ๑๐  ต.ทับทัน   อ.สังขะ  จ.สุรินทร์   ๓๒๑๕๐  โทร ๐๘๕-๒๐๓๕๐๘๔ อีเมล์ tankunpon@yahoo.co.th
 ..หากส่วนไหนขอบเว็บไซด์ไม่สามารถรับชมได้ หรือมีปัญหา รบกวนช่วยแจ้งผ่านทางอีเมล์ เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงต่อไป ขอบคุณครับ

ประวัติความเป็นมาของบ้านกล้วย
ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

******

ประวัติความเป็นมา
          บ้านกล้วยเป็นชุมชนชาวเขมรเป็นส่วนมาก แต่ปัจจุบันมีทั้งชนเผ่าส่วย เผ่าลาว ในสมัยดึกดำบรรพ์ได้อพยพมาจากจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งส่วนมากจากอำเภอห้วยทับทันในปัจจุบัน แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่า อพยพมาตั้งถิ่นฐานแต่เมื่อใด

ที่ตั้ง              

             บ้านกล้วย ตั้งอยู่ที่หมู่ 10 ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ การเดินทางสามารถได้สองลักษณะ คือ ทางรถยนต์และทางรถไฟ
             ทางรถยนต์ เมื่อถึงจังหวัดสุรินทร์แล้ว สามารถเดินทางตามทางหลวง หมายเลข 2207 ระยะทางประมาณ 45 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. จะผ่านอำเภอลำดวน บ้านกล้วยจะตั้งอยู่ห่างจากอำเภอลำดวนประมาณ 13 กม. ยังไม่ถึงอำเภอสังขะ จะอยู่กึ่งกลางระหว่าง 2 อำเภอ
             จุดสังเกต เมื่อถึงวนอุทยานป่าสนสองใบและสิ้นสุดบริเวณวนอุทยานป่าสนสองใบ ก็จะถึงบ้านเลิศอรุณ ท่านสามารถลงที่สี่แยกบ้านเลิศอรุณ (เป็นหมู่บ้านแรกเมื่อพ้นเขตวนอุทยานป่าสนสองใบ) เลี่ยวซ้ายไปประมาณ 4 กม. ผ่าน 2 หมู่บ้าน หรือจะใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างก็ได้ ประมาณ 30 บาท เพียงแค่นี้ท่านก็สามารถเดินทางไปยังบ้านกล้วยอย่างปลอดภัย
             ทางรถไฟ เมื่อท่านเดินทางถึงสถานีรถไฟจังหวัดสุรินทร์แล้ว สามารถเดินทางต่อที่รถโดยสารต่อไป รถโดยสารไปอำเภอสังขะ มีลักษณะเด่นก็คือเป็นคัน
สีเขียว ๆ ส้ม ๆ นิด ๆ ค่าโดยสารผู้ใหญ่ 22 บาท เด็ก 10-15 บาทเองครับ

ลักษณะภูมิประเทศ            เป็นที่ราบสูง มีชลประทานขนาดเล็กอ้อมด้านทิศตะวันออกเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีตรอกซอกซอยเยอะ ลักษณะเป็นรูปตัว L

ทรัพยากรธรรมชาติ            บ้านกล้วยมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญคือแหล่งน้ำชลประทานขนาดเล็กมีชื่อทางภาษาชาวบ้านเรียกว่า "กดปริง" ซึ่งถือได้ว่าเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงประชากรถึง 5 หมู่บ้านด้วยกัน ที่อยู่ล้อมรอบ

สภาพแวดล้อม             สภาพทั่วไป บ้านกล้วยเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ประชาชนพลเมืองประกอบอาชีพทางการเกษตร การตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ปลูกบ้านติด ๆ กันและรวมกันเป็นคุ้ม ๆ ตั้งแต่คุ้มที่ 1-6 แต่ละคุ้มมีประมาณ 20-33 หลังคาเรือน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของแต่ละคุ้ม ไม่นิยมไปสร้างที่อยู่อาศัยตามไร่หรือสวน นิยมปลูกบ้านเป็นแบบยกใต้ถุนสูง ใต้ถุนบ้านจะใข้เป็นที่พักผ่อนหรือเป็นคอกสัตว์เลี้ยง เช่น คอกวัว คอกกระบือ เล่าเป็ดไก่ ปัจจุบันได้แยกคอกสัตว์ออกจากใต้ถุนบ้านและกลับมานิยมปลูกบ้านชั้นเดียวหรือสองชั้นไม่มีใต้ถุนคือ ปลูกบ้านแบบทรงตะวันตกกันมากขึ้น
             การดำรงชีวิต ในการใช้น้ำในชนบทจะใช้น้ำบ่อชุมชนร่วมกันหรือขุดเจาะน้ำบาดาลบ้านใครบ้านมัน เพื่อใช้อุปโภคภายในครัวเรือนของตน กิจกรรมบางส่วนช่วยเหลือกันในรูปของ "การบอกแขก" หรือภาษาท้องถิ่น เรียกว่า "การลงแขก" ด้วยการขอแรง เจ้าภาพเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มตามสมควร ปัจจุบันประเพณีนี้ก็จะเริ่มหายไปบ้านแล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจต่ำ การขอแรงก็จะกลายเป็นในรูปแบบการว่าจ้างและมีอาหารเลี้ยงพร้อม การเดินทางไปมาหาสู่กันแต่ก่อนใช้ม้า ใช้เกวียน เป็นพาหนะ หรือเดินด้วยเท้า ในปัจจุบันบ้านเมืองเจริญขึ้นถนนหนทางไปมาหาสู่กันเริ่มสะดวกทั้งในระหว่างหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด จึงใช้รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถไฟกันมากขึ้น การสื่อสารก็สะดวกรวดเร็ว ข่าวสารต่าง ๆ ได้รับรู้พร้อมกันอย่างทั่วถึง ไฟฟ้าก็เข้าถึงหมู่บ้าน เครื่องใช้ไม้สอยล้วนแต่ใช้เครื่องไฟฟ้า แกีสอย่างสะดวกสบาย มีวิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น
            เมื่อความเจริญทุก ๆ ด้านได้พัฒนาเข้าสู่บ้านกล้วย อาทิ การคมนาคมสื่อสาร การตลาด กการศึกษา ฯลฯ ประชากรส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนช่วยเหลือตนเองและครอบครัว ทั้งนี้เพราะการเพิ่มของจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว ในช่วย 5-10 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดปัญหาด้านต่าง ๆ ตามมาเช่น
            ปัญหาการอพยพไปหาที่ทำกิน      ปัญหาด้านการเกษตร  ปัญหาด้านการศึกษา  ปัญหายาเสพย์ติด  ปัญหาสาธารณสุข  ปัญหาการว่างงานของประขาชน

ประชากร             ประชากรบ้านกล้วยยังไม่เป็นที่แน่นอนนัก เนื่องจากไม่มีการสำรวจอย่างต่อเนื่อง และยังมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงระบบการปกครองอยู่เนือง ๆ ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

ชาติพันธุ์                  ประชากรในบ้านกล้วยประกอบด้วยชาวไทยเขมร ไทยลาว ไทยโคราชและไทยส่วย

ภาษาพูด              ประชากรในบ้านกล้วยมีการพูดหรือใช้ภาษาที่ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน 4 ภาษาด้วยกันคือ
              1.ภาษาไทยอีสาน (ลาว) มีคนใช้ประมาณ 30 % ใช้มากในอำเภอสนม อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูมและรัตนบุรี
              2.ภาษาไทยเขมร (เขมร) มีคนใช้ประมาณ 60% ใช้มากทุก ๆ อำเภอที่อยู่ในจังหวัดสุรินทร์
              3.ภาษาไทยโคราช (สำเนียงโคราช) มีคนใช้อยู่ประมาณ 2% ส่วนมากแถบอำเภอที่อยู่ติดกับจังหวัดนครราชสีมา เช่น อำเภอปราสาท
              4.ภาษาไทยส่วย (ส่วย) มีคนใช้อยู่ประมาณ 8% แถบติดเขตกับจังหวัดศรีสะเกษ  แต่โดยภาพรวมสามารถพูดภาษาไทยได้อย่างดีพอสมควร
                                                                                                                                                                                                             อ่านต่อได้ที่นี่ครับ

 
 Webmaster : ภัทรพล บุตรดา  ผู้ประเมินภายนอก
กรุณาตั้งค่าหน้าจอของท่านที่
๑๒๘๐ x ๘๐๐ pixels ดูสบายตาครับ
คุณเข้าชมลำดับที่Get free counter at Cgi2yoU.comขอบคุณครับ

..กลับไปหน้าแรกครับ...
> Untitled Document